Header Ads

TSTE ครบรอบ 50 ปี เปิดวิสัยทัศน์ “Next Move Together” ตั้งเป้าธุรกิจอาหารโต 1,000 ล้านบาทใน 5 ปี ผลักดัน Market Cap กลุ่มบริษัทเกิน 10,000 ล้านบาท


บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE กลุ่มบริษัทผู้นำด้านโลจิสติกส์ทางน้ำและผู้ผลิตอาหารชั้นนำในพื้นที่ปริมณฑล ประกาศทิศทางการเติบโตในโอกาสครบรอบ 50 ปี ภายใต้แนวคิด “Next Move Together” ตั้งเป้าผลักดัน Market Cap มากกว่า 10,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ต่อยอดจากธุรกิจโลจิสติกส์ น้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์ อาหารและส่วนประกอบอาหาร แป้งสาลี และอสังหาริมทรัพย์

นายชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE กล่าวว่า “50 ปีแห่งความสำเร็จของ TSTE คือความภาคภูมิใจในรากฐานและประสบการณ์ที่สั่งสมมา ปัจจัยสำคัญคือการปรับตัว ความกล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ และความร่วมมือของบริษัทในเครือที่สนับสนุนกันทั้งแบบ Vertical และ Horizontal Integration ก้าวต่อไปคือการต่อยอดศักยภาพให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง แสวงหาโอกาสใหม่ โดยมีธุรกิจอาหารเป็น New S-Curve เพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน เพราะ ‘Next Move Together’ ไม่ใช่เพียงการก้าวสู่อนาคต แต่คือการก้าวไปด้วยกัน”

TSTE เริ่มต้นจากกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำตาล 9 โรงงาน ที่ร่วมกันก่อตั้ง บริษัท เดอะ ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล คอปอเรชั่น จำกัด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2519 เพื่อสร้างท่าเรือและคลังสินค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นศูนย์กลางรองรับการส่งออกน้ำตาลของโรงงานในภาคกลางและภาคตะวันตก และครบรอบ 50 ปีในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2533 และเป็นบริษัทมหาชนปี 2537 ต่อมาได้ขยายธุรกิจสู่น้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์ อาหารและส่วนประกอบอาหาร และอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ปี 2550 และเปลี่ยนชื่อเป็น TSTE ในปี 2566 ปัจจุบันมีบริษัทย่อย 15 แห่ง บริษัทร่วม 2 แห่ง และบริษัทจดทะเบียน 2 แห่ง คือ TSTE ใน SET และ บมจ. ที เอส ฟลาวมิลล์ ใน mai

ความน่าเชื่อถือของ TSTE สะท้อนผ่านผลประกอบการและมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง ในปี 2568 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 2,612 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 155.35 ล้านบาท (ส่วนของผู้ถือหุ้น TSTE 141.39 ล้านบาท) สินทรัพย์รวม 6,118.57 ล้านบาท และจ่ายปันผลหุ้นละ 0.16 บาท เพิ่มจาก 0.10 บาทในปีก่อน พร้อมได้รับการประเมินกำกับดูแลกิจการระดับ “ดีเลิศ” 5 ดาว อยู่ใน Top Quartile ของบริษัทจดทะเบียนที่มี Market Cap 1,000–2,999 ล้านบาท การรับรองด้านต่อต้านการทุจริต CAC และมาตรฐาน ISO 22000, FSSC 22000, BRCGS, Green Industry Level 2 และ Halal

หัวใจของการก้าวสู่ Market Cap มากกว่า 10,000 ล้านบาท จากปัจจุบันประมาณ 4,000 ล้านบาท คือ New S-Curve จากกลุ่มธุรกิจอาหารและส่วนประกอบอาหาร โดยมี บริษัท ที เอส ฟู้ด โฮลดิ้ง จำกัด (TSF) เป็นแกนหลัก ขณะที่โลจิสติกส์ ท่าเรือ คลังสินค้า และน้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์เป็นฐาน Organic Growth ธุรกิจอาหารตั้งเป้ายอดขาย 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี และเตรียมเข้าจดทะเบียนใน SET ในอนาคต นำโดย บริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด (NBF) ผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายและผงปรุงรสรายสำคัญของโลก ซึ่ง TSTE เข้าซื้อกิจการ มีรายได้ 456 ล้านบาทในปี 2568 และมุ่งเป็นผู้จำหน่ายส่วนประกอบอาหารรายใหญ่ของโลก

ในตลาดผู้บริโภค กลุ่มบริษัทผลักดันแบรนด์ขนมขบเคี้ยว Koriko ภายใต้สโลแกน “สาหร่ายนอกกรอบ” โดยมี “เก่ง – น้ำปิง” เป็นพรีเซนเตอร์เจาะกลุ่มวัยรุ่น พร้อมขยายสู่สาหร่ายทอด สาหร่ายย่าง และปลาแผ่นปรุงรส และปรับรสชาติและเทคโนโลยีการผลิตให้ทันพฤติกรรมผู้บริโภค ด้าน TSF วางแผนผลิตปลาแผ่น Surimi ป้อนทั้งบริษัทในเครือและลูกค้าภายนอก ส่วน บริษัท เรดดี้ ทู อีท และ บริษัท เนเจอร์ เอกซ์แทรกชั่น รับจ้างผลิตให้ Start-up ในล็อตเล็ก โดย บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง (TSS) ซึ่งมี ดร.กุลยา ตันติเตมิท เป็นประธานกรรมการ ดูแลงานขายและการตลาดของทั้งกลุ่ม

ด้านโลจิสติกส์ TSTE มุ่งสร้างพันธมิตรด้านขนถ่ายและคลังสินค้าน้ำตาล ขยายสู่เหล็กเส้น เหล็กแผ่นรีดร้อน ปุ๋ยยูเรีย และ Tank Farm ที่มีระบบป้องกันอัคคีภัยทันสมัย รองรับน้ำเชื่อม เอทานอล HVO, CPO และ UCO ส่วนอสังหาริมทรัพย์ขยายผ่าน บริษัท ทีเอสทีอี รีท แมเนจเมนท์ ผู้จัดการกองทรัสต์ที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ปัจจุบันบริหาร SIRIPRT และจะคัดเลือกสินทรัพย์เพิ่มเติม ขณะที่ที่ดินประมาณ 165 ไร่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กรุงเทพมหานคร เอื้อต่อการขนส่งและเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต

นอกจากนี้ ในด้านความยั่งยืน TSTE ได้ติดตั้ง Solar Rooftop ที่อาคารคลังสินค้า ลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 943,000 หน่วยต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 448 ตันตลอดโครงการ พร้อมแผนลงทุนเพิ่มอีก 1 เมกะวัตต์ ส่วนด้านสังคม มีการจัดงานเทกระจาดให้ชุมชนโดยรอบเป็นประจำทุกปี และร่วมงานทอดกฐินวัดสำโรงใต้อย่างต่อเนื่อง


เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี TSTE บริจาคเงิน 500,000 บาท ให้โรงพยาบาลตำรวจเพื่อสนับสนุนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ปรับปรุงสะพานลอยบริเวณถนนปู่เจ้า ทางเข้าวัดสำโรงใต้ จังหวัดสมุทรปราการ ปลูกต้นล่ำซำ 3 ต้น เป็นสัญลักษณ์แห่งการเติบโต ความมั่นคง และความยั่งยืน และจัดงานเฉลิมฉลองที่โรงแรมเลอทาน่า เมื่อว้นที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อขอบคุณพนักงานและทุกภาคส่วน โดยมี นายปรีชา อรรถวิภัชน์ ประธานกรรมการบริษัท, พลตำรวจเอก มนู เมฆหมอก รองประธานกรรมการบริษัท, นายประภาส ชุติมาวรพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร และนายชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมต้อนรับกรรมการและผู้บริหารทั้งในอดีตและปัจจุบัน พันธมิตรทางธุรกิจ และแขกผู้มีเกียรติ พร้อมการแสดงจากวง ModernDog

สำหรับกิจกรรมเพื่อชุมชนในโอกาสครบ 50 ปี TSTE จะจัดในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 ณ บริษัท เพื่อประชาชนหมู่ที่ 1–5 โดยรอบ เริ่มด้วยพิธีบวงสรวงพระพรหมช่วงเช้า พิธีทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์จากวัดสำโรงใต้ ต่อด้วยเทกระจาด มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและเงินช่วยเหลือ และงานวัดช่วงเย็น โดยสนับสนุนครอบครัวละ 200 บาท มีชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน บ้านลม สอยดาว และซุ้มอาหารกว่า 20 ซุ้ม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน

No comments

Powered by Blogger.